ประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน้ำ

ทำความเย็นได้ดีขึ้น

ลดค่าใช้จ่ายเคมี ค่าลอกตะกรัน
ค่าดูแลบำรุงรักษา

ลดภาระ
พนักงานดูแลระบบ

IMPORTANT

ไม่ต้องลงทุน ไม่มีความเสี่ยงจ่ายค่าเช่าใช้
รายเดือนต่ำกว่าค่าใช้จ่ายประจำและผลประหยัด
ตัดสินใจวันนี้ได้ผลประหยัดทันที

ข้อแตกต่างระหว่างระบบเดิมกับเทคโนโลยีโอโซน

การเติมสารเคมีระบายความร้อนและชะลอการเกิดตะกรัน

  • ต้องเสียค่าสารเคมีต่อเนื่อง ตะกรันยังคงเกิดขึ้น เพียงแต่ชะลอการเกิดเท่านั้น
  • เป็นภาระในการจัดซื้อสารเคมี และภาระในการดูแลเติมสารเคมีในระบบ
  • สุขภาพของผู้ดูแลย่ำแย่จากสารเคมี
  • ยกเลิกการเติมเคมี 100%
  • ป้องกันการเกิดตะกรัน โดยการทำลายพันธะทางเคมีของตะกรันแข็ง
  • กำจัดไบโอฟิล์ม ป้องกันแบคทีเรียในน้ำ
  • ประหยัดค่าเคมี 100%
  • ไม่มีตะกรันเกาะผิวท่อ ทำให้ท่อน้ำยาระบายความร้อนได้ดี ระบบทำความเย็นทำความเย็นได้ดี ประหยัดพลังงานได้ 3%-12% (ขึ้นกับสภาพ ระบบทำความเย็น และการดูแลบำรุงรักษาเดิม)

ค่าใช้จ่ายในการลอกตะกรันออกจากผิวท่อ

  • ค่าสารเคมีในการใช้ลอกตะกรันออกจากผิวท่อ
  • ค่าแรงในการลอกท่อ
  • ค่าขนตะกรันและสิ่งสกปรกไปทิ้ง
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลอกตะกรัน เนื่องจากโอโซนทำลายพันธะทางเคมีของตะกรันแข็งเดิมให้หลุดล่อน และป้องกันการเกิดตะกรันใหม่

ป้องกันเชื้อลีจิโอเนล่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในหอผึ่งเย็น ตามที่กฎหมายระบุ

  • เติมสารเคมีในการฆ่าเชื้อลีจิโอเนล่า
  • โอโซนสามารถฆ่าเชื้อลีจิโอเนล่าได้

การระบายน้ำจากหอผึ่งเย็นทิ้งจำนวนมากเนื่องจากคุณภาพน้ำลดลง

  • ต้อง Bleed น้ำทิ้งเป็นจำนวนมาก
  • ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำปริมาณสูง
  • ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำก่อนปล่อยสู่ภายนอก
  • ระบายน้ำทิ้งน้อยกว่าการใช้สารเคมี เนื่องจากโอโซนไม่เปลี่ยน PH ของน้ำ ไม่ทำให้คุณภาพน้ำลดลงเร็ว
  • ประหยัดค่าน้ำเติมลงได้ 10%-30% (ขึ้นกับคุณภาพน้ำเติมและการดูแลบำรุงรักษาเดิม)

การบำบัดน้ำจากหอผึ่งเย็น

  • เป็นภาระของระบบบำบัดน้ำเสีย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  • น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดด้วยโอโซน ไม่ต้องเข้าระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน สามารถนำน้ำไปรดต้นไม้ หรือทิ้งออกสู่สาธารณะได้ไม่เป็นภาระระบบบำบัดน้ำเสีย ประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อแตกต่างระหว่างระบบเดิมกับเทคโนโลยีโอโซน

การเติมสารเคมีระบายความร้อนและชะลอการเกิดตะกรัน

  • ต้องเสียค่าสารเคมีต่อเนื่อง ตะกรันยังคงเกิดขึ้น เพียงแต่ชะลอการเกิดเท่านั้น
  • เป็นภาระในการจัดซื้อสารเคมี และภาระในการดูแลเติมสารเคมีในระบบ
  • สุขภาพของผู้ดูแลย่ำแย่จากสารเคมี

ค่าใช้จ่ายในการลอกตะกรันออกจากผิวท่อ

  • ค่าสารเคมีในการใช้ลอกตะกรันออกจากผิวท่อ
  • ค่าแรงในการลอกท่อ
  • ค่าขนตะกรันและสิ่งสกปรกไปทิ้ง

ป้องกันเชื้อลีจิโอเนล่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในหอผึ่งเย็น ตามที่กฎหมายระบุ

  • เติมสารเคมีในการฆ่าเชื้อลีจิโอเนล่า

การระบายน้ำจากหอผึ่งเย็นทิ้งจำนวนมากเนื่องจากคุณภาพน้ำลดลง

  • ต้อง Bleed น้ำทิ้งเป็นจำนวนมาก
  • ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำปริมาณสูง
  • ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำก่อนปล่อยสู่ภายนอก

การบำบัดน้ำจากหอผึ่งเย็น

  • เป็นภาระของระบบบำบัดน้ำเสีย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

การเติมสารเคมีระบายความร้อนและชะลอการเกิดตะกรัน

  • ยกเลิกการเติมเคมี 100%
  • ป้องกันการเกิดตะกรัน โดยการทำลายพันธะทางเคมีของตะกรันแข็ง
  • กำจัดไบโอฟิล์ม ป้องกันแบคทีเรียในน้ำ
  • ประหยัดค่าเคมี 100%
  • ไม่มีตะกรันเกาะผิวท่อ ทำให้ท่อน้ำยาระบายความร้อนได้ดี ระบบทำความเย็นทำความเย็นได้ดี ประหยัดพลังงานได้ 3%-12% (ขึ้นกับสภาพ ระบบทำความเย็น และการดูแลบำรุงรักษาเดิม)

ค่าใช้จ่ายในการลอกตะกรันออกจากผิวท่อ

  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลอกตะกรัน เนื่องจากโอโซนทำลายพันธะทางเคมีของตะกรันแข็งเดิมให้หลุดล่อน และป้องกันการเกิดตะกรันใหม่

ป้องกันเชื้อลีจิโอเนล่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในหอผึ่งเย็น ตามที่กฎหมายระบุ

  • โอโซนสามารถฆ่าเชื้อลีจิโอเนล่าได้

การระบายน้ำจากหอผึ่งเย็นทิ้งจำนวนมากเนื่องจากคุณภาพน้ำลดลง

  • ระบายน้ำทิ้งน้อยกว่าการใช้สารเคมี เนื่องจากโอโซนไม่เปลี่ยน PH ของน้ำ ไม่ทำให้คุณภาพน้ำลดลงเร็ว
  • ประหยัดค่าน้ำเติมลงได้ 10%-30% (ขึ้นกับคุณภาพน้ำเติมและการดูแลบำรุงรักษาเดิม)

การบำบัดน้ำจากหอผึ่งเย็น

  • น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดด้วยโอโซน ไม่ต้องเข้าระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน สามารถนำน้ำไปรดต้นไม้ หรือทิ้งออกสู่สาธารณะได้ไม่เป็นภาระระบบบำบัดน้ำเสีย ประหยัดค่าใช้จ่าย

จริงๆแล้ว! โอโซนคืออะไร?

โอโซนเป็นสารอยู่ในสถานะก๊าซประกอบด้วยโมเลกุลของออกซิเจน 3 โมเลกุล ก๊าซโอโซนพบมากที่ระดับความสูงประมาณ 10 – 50 กิโลเมตรเหนือผิวโลกในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ (Stratospheres) ช่วยลดอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ ก๊าซโอโซนเกิดได้เองในธรรมชาติจากกระแสไฟฟ้าแรงสูงใน อากาศเนื่องจากฟ้าผ่าหรือฟ้าแลบทำให้ก๊าซออกซิเจนซึ่งปกติประกอบด้วยออกซิเจน 2 อะตอมรวมกันเป็น 1 โมเลกุล ( O2 ) แตกตัวเป็นออกซิเจนอะตอม (O) อิสระแล้วรวมกับก๊าซออกซิเจนโมเลกุลอื่นเกิดเป็นโอโซน โมเลกุล ( O3 )

อย่างไรก็ตามโอโซนมีความเสถียรต่ำให้เสียสภาพได้ง่ายจากปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความร้อน ความดันและ การเกิดปฏิกิริยากับสารที่มีพลังงานต่ำกว่าจะเกิดการออกซิเดชั่น (Oxidation) อย่างรวดเร็ว ทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ได้เกือบทุกชนิดทั้งในน้ำและในอากาศ เป็นก๊าซที่ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นคาวปลา สูตรโมเลกุลคือ O3 มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคที่รุนแรงและเร็วกว่า คลอรีนถึง 3,125 แต่เนื่องด้วยโอโซนไม่มีความเสถียรจึงมีครึ่งชีวิต 12 ชั่วโมงในบรรยากาศและเพียง 20 – 30 นาที หากละลายอยู่ในน้ำ หรือกล่าวได้ว่าการใช้ O3 ไม่มีการตกค้างที่จะเป็นอันตรายใดเลย

โอโซนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โอโซนเกิดขึ้นใน เวลาฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ระหว่างฝนตก ซึ่งเกิดจากกระบวนการโคโรนาดิสชาร์จ (Corona discharge) โดยมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าในอากาศสูงมาก ทำให้ก๊าซออกซิเจนแตกตัวรวมกันเป็นก๊าซโอโซนในปัจจุบันได้มีการนำวิธีการ Corona Discharge เป็นวิธีจากลองการเกิด O3 ตามปรากฏกาฟ้าผ่าในธรรมชาติ โดยใช้กระแสไฟฟ้าความต่างศักดิ์สูงทาลายโมเลกุลของ O2 แล้วจึงลดพลังงานโมเลกุลลงเพื่อเอื้อให้เกิดการจับกันของโมเลกุลอ๊อกซิเจนอิสระ ได้เป็น O3 ในที่สุด

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

กองบัญชาการกองทัพไทย

โรงพยาบาล วิชัยยุทธ

บจก. ปิติมหาชัย ห้องเย็น